vB Skins    
 

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
04 กันยายน 2553 14:57:23

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: หิ้วเป้ไป....อังกฤษ (london)  (อ่าน 1663 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« เมื่อ: 21 กันยายน 2551 13:20:08 »

  • Member
    *****
    คะแนนความประพฤติ 7
     
    เพศ:
    กระทู้: 12
    สมาชิกอันดับที่: 9
    วันที่สมัคสมาชิก:21 กันยายน 2551 01:23:35

    <a href="http://www.littlegarfield.com/pim/london.swf" target="_blank">http://www.littlegarfield.com/pim/london.swf</a>

    มาทำความรู้จักกับ ประเทศอังกฤษ United Kingdom (UK)

    ประเทศอังกฤษที่เรารู้จัก หรือมีชื่อเต็มๆอย่างเป็นทางการว่า?สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ
    United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland? หรือชื่ออย่างสั้นว่า สหราชอาณาจักร
    สหราชอาณาจักร (อังกฤษ United Kingdom ย่อว่า UK) โดยรวมเอา อังกฤษ  สกอตแลนด์  เวลส์  ไอร์แลนด์เหนือ เข้าไว้ด้วยกัน 

    สหราชอาณาจักร (United Kingdom ) หมายถึง เกาะใหญ่ (Great Britain) และแคว้นไอร์แลนด์เหนือ Northern Ireland)
    เกรทบริเทน (Great Britain ) หมายถึง เกาะใหญ่ของอังกฤษ ซึ่งรวมอาณาเขตอังกฤษ (England) เวลส์ (Wales) และสก็อตแลนด์ (Scotland)
    หลายๆคนอาจจะคิดว่าเป็นคนละประเทศ  แต่จริงๆเป็นประเทศเดียวกัน ใช้เงินสกุลเดียวกัน (ปอนด์สเตอลิงก์) และใช้วีซ่าเดียวกันด้วยค่ะ
    สำหรับเมืองหลวงของประเทศอังกฤษ คือ ลอนดอน ส่วนสก๊อตแลนด์ มีเมืองเอดินเบิร์ก เป็นเมืองหลวง
    คาร์ดิ๊ฟ เมืองหลวงแห่งเวลส์  และสุดท้าย เมืองหลวงไอร์แลนด์เหนือ  เมือง เบลฟัสต์

    สภาพภูมิอากาศ

    ประเทศอังกฤษจะเป็นภูมิประเทศที่เป็นเกาะ จึงจะมีอากาศค่อนข้างหนาว อุณหภูมิโดยเฉลี่ยในช่วงหน้าหนาวคือ 2-4 องศาเศลเซียส
    ส่วนในฤดูร้อนจะอยู่ที่อุณภูมิ 18-22 องศาเศลเซียส แต่จริงๆแล้วอากาศของประเทศอังกฤษก็ขึ้นชื่ออยู่แล้วนะคะว่าเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
    อาจจะมีทั้งหน้า หนาว ฝน และร้อน ในวันเดียวกันก็เป็นได้ค่ะ

    ฤดูกาล มีทั้งหมด 4 ฤดู คือ

    ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) เดือนมีนาคม ? พฤษภาคม อากาศจะเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก บางวันอากาศอบอุ่น
    มีแสงแดดจัดในตอนเช้า และเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วเป็นหนาวเย็น หรือฝนตกในช่วงบ่าย

    ฤดูร้อน (Summer) เดือนมิถุนายน ? สิงหาคม อากาศส่วนใหญ่จะอบอุ่นและแสงแดดจัดจ้า

    ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) เดือนกันยายน ? พฤศจิกายน อากาศจะเย็นขึ้นเรื่อยๆ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีสวยงามและร่วงหล่น

    ฤดูหนาว (Winter) เดือนธันวาคม ? กุมภาพันธ์ อากาศช่วงนี้จะหนาวมากที่สุด มีหิมะในบางพื้นที่ กลางคืนจะยาวกว่ากลางวัน และมืดเร็วกว่าปรกติ


    ไฟฟ้า 


    ระบบไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศคือระบบ 240V. AC 50 Hz เหมือนประเทศไทย แตกต่างกันในลักษณะของปลั๊กไฟแบบ 3 ขา
    ถ้านำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจากประเทศไทย ต้องใช้ตัวเสียบต่อปลั๊กไฟฟ้าชนิดที่มีแบบ 3 ขาติดตัวไปด้วย

    Clock Tower, Palace of Westminster


    อาคารรัฐสภา สัญลักษณ์ของกรุงลอนดอนที่ทั่วโลกรู้จักดี
    ตั้งตระหง่านตรงข้ามฝั่งแม่น้ำเทมส์ ติดกับอาคารวิกตอเรีย โดยมีหอนาฬิกาบิ๊ก เบน อยู่ด้านขวา
    เดิมทีอาคารรัฐสภาเป็นพระราชวังที่เรียกว่า พระราชวังมินสเตอร์ ซึ่งพระราชวังแห่งนี้มีประวัติอันยาวนาน





    โดยในยุคกษัตริย์ Canute II จนถึง Henry VII พระราชวังเวสต์มินสเตอร์
    เป็นอาคารที่พักอาศัยของชนชั้นปกครองและข้าราชสำนัก
    และในยุคที่รัฐบาลมีอำนาจการปกครองมากกว่าพระมหากษัตริย์
     พระราชวังเวสต์มินสเตอร์นี้ จึงกลายเป็นที่ตั้งของสภาสูงและสภาล่างนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา




    พระราชวังแห่งนี้ได้รับการปฏิรูปเมื่อปี 1840 เป็นอาคารแบบโกธิค
    ครอบคลุมบนพื้นที่ 8 เอเคอร์ มีห้องมากกว่า 1,100 ห้อง และมีเฉลียงยาว 2 ไมล์
    ห้องโถงของอาคารรัฐสภานี้ เป็นที่แห่งเดียวที่ยังคงรูปแบบเดิมของพระราชวังไว้จากเมื่อปี 1097
    สำหรับหอนาฬิกาบิ๊กเบนนี้ สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 1858 ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงหอนาฬิกาเท่านั้น
    แต่ยังเป็นหอระฆังที่ใหญ่ที่สุดที่มีระฆังน้ำหนักประมาณ 14 ตัน


    ข้อมูลเพิ่มเติม บิกเบน (Big Ben)

    หอนาฬิกาพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ (Clock Tower, Palace of Westminster)
    เป็นหอนาฬิกาประจำพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันใช้เป็นรัฐสภาอังกฤษ
    ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง หอนาฬิกานี้ถูกสร้างหลังจากไฟไหม้พระราชวังเวสต์มินสเตอร์เดิม
    เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2377 โดยชาลส์ แบร์รี เป็นผู้ออกแบบ หอนาฬิกามีความสูง 96.3 เมตร
    โดยที่ตัวนาฬิกาอยู่สูงจากพื้น 55 เมตร ตัวอาคารสร้างด้วยสถาปัตยกรรมสมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (victorian gothic)

                          



    ถ้าเอ่ยถึงชื่อว่าหอนาฬิกาพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ หลาย ๆ คน อาจจะรู้สึกไม่คุ้น
    แต่ถ้าเอ่ยชื่อ บิกเบน (Big Ben) หลาย ๆ คน คงเข้าใจได้ทันทีว่าเป็นชื่อหอนาฬิกาประจำรัฐสภาอังกฤษ
    ซึ่งที่แท้จริงแล้ว บิกเบนเป็นชื่อเล่นของระฆังใบใหญ่ที่สุด หนักถึง 13,760 กิโลกรัม
    ซึ่งแขวนไว้บริเวณช่องลมเหนือหน้าปัดนาฬิกา ทั้งนี้มีระฆังรวมทั้งสิ้น 5 ใบ โดย 4 ใบจะถูกตีเป็นทำนอง
     ส่วนบิกเบนจะถูกตีบอกชั่วโมงตามตัวเลขที่เข็มสั้นชี้บนหน้าปัดนาฬิกา
    ทว่าคนส่วนใหญ่กลับใช้ชื่อบิกเบนเรียกตัวหอทั้งหมด



    บางทีมักเรียกหอนาฬิกานี้ว่า หอเซนต์สตีเฟน (St. Stephen's Tower)
    หรือหอแห่งบิกเบน (Tower of Big Ben)
    ซึ่งที่จริงแล้วชื่อหอเซนต์สตีเฟนคือชื่อของหอในพระราชวังอีกหอหนึ่ง[1]
    ซึ่งใช้เป็นทางเข้าไปอภิปรายในสภา ปัจจุบันภายในหอนาฬิกาไม่เปิดให้สาธารณชนเข้าชม
     เว้นแต่สำหรับผู้ที่อาศัยในประเทศอังกฤษ จะต้องทำเรื่องขอเข้าชมผ่านสมาชิกรัฐสภาอังกฤษประจำท้องถิ่นของตน
    ถ้าเป็นเด็กต้องมีอายุเกิน 11 ปี จึงจะเข้าชมหอได้ สำหรับชาวต่างประเทศนั้นยังไม่อนุญาตให้ขึ้นไป

    ภาพมหาระฆังแห่งเวสต์มินสเตอร์ หรือระฆังบิกเบน

    ผู้ถ่ายภาพ: เดอริก แซนด์

    ที่มาของภาพ: http://www.parliament.uk/about/images/exterior/bell.cfm

    ภาพนี้เป็นลิขสิทธิ์ของรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักร อนุญาตให้ใช้งานเพื่อการศึกษาวิจารณ์ และงานใด ๆ ที่ไม่แสวงหาผลกำไรได้โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาต
    ภาพนี้ไม่สามารถหาภาพรุ่นที่เสรีกว่ามาแทนที่ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่หอนาฬิกาพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ไม่อนุญาตให้ชาวต่างประเทศเข้าชมหอได้ ด้วยเหตุ

    ผลด้านความปลอดภัย โดยอนุญาตให้เข้าชมเฉพาะชาวอังกฤษเท่านั้น


    ระฆังที่แขวนไว้ในหอนาฬิกาพระราชวังเวสต์มินสเตอร์
    มีชื่ออย่างเป็นทางการว่ามหาระฆัง (The Great Bell) โดยทำการหล่อครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2399
    โดยวอร์เนอร์ออฟคริปเปิลเกต (Warner's of Cripplegate) หนัก 14.5 ตัน
     มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า เบนจามิน ฮอลล์(Benjamin Hall) เป็นแม่กองในการหล่อครั้งแรกนี้
    จึงใช้ชื่อเล่นของเขาเป็นชื่อเล่นของระฆัง บางที่ก็ว่าระฆังอาจถูกตั้งชื่อหลังจากที่นักมวยรุ่นเฮฟวี่เวตชื่อ
    เบนจามิน เคานต์(Benjamin Caunt)

    กลไกนาฬิกาภายในหอ

    ภาพกลไกนาฬิกาในหอนาฬิกาพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ (บิกเบน) ผู้ถ่ายภาพ: เดอริก แซนด์ ที่มาของภาพ : http://www.parliament.uk/about/images/exterior/clockmeChanism.cfm ภาพนี้เป็นลิขสิทธิ์ของรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักร อนุญาตให้ใช้งานเพื่อการศึกษาวิจารณ์ และงานใด ๆ ที่ไม่แสวงหาผลกำไรได้โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาต


    ขณะที่หอนาฬิกายังสร้างไม่เสร็จ มหาระฆังถูกแขวนไว้ในพระราชอุทยานพระราชวังเวสต์มินสเตอร์
    แต่กลับแตกเมื่อถูกตีด้วยค้อนที่หนักเกินไป จึงให้หล่อใหม่ที่บริษัทระฆังไวต์แชพเพล (Whitechapel Bell Foundry)
    ครั้งนี้ระฆังหนัก 13.76 ตัน สูง 2.2 เมตร และกว้าง 2.6 เมตร เมื่อตีให้เสียงมี
    มหาระฆังถูกนำขึ้นแขวนในห้องระฆังบริเวณช่องลมของตัวหอ เมื่อปี พ.ศ. 2446 พร้อมด้วยระฆังเล็ก
    ใช้เวลาทั้งสิ้น 18 ชั่วโมง จึงสำเร็จ ต่อมาในเดือนกันยายนของปีถัดมา มหาระฆังก็ร้าว
    แต่ก็แก้ไขโดยการหมุนระฆังมิให้ส่วนที่ร้าวถูกตี และก็ไม่ได้ทำการซ่อมแซมมาจนถึงปัจจุบัน[4]



    ที่หอนาฬิกามีการตีระฆังเล็กทุก ๆ 15 นาที เป็นทำนองระฆังแบบเวสต์มินสเตอร์
    และจะตีด้วยทำนองที่ต่างกันเล็กน้อยทุก 15 นาที เมื่อครบหนึ่งชั่วโมง จะมีการตีระฆังเล็ก
    ตามด้วยเสียงของบิกเบนตามจำนวนเลขที่เข็มสั้นชี้ เมื่อได้ฟังแล้วก็จะเป็นที่จับใจยิ่งนัก
     จนกระทั่งเสียงนี้เป็นที่นิยม ทั้งนาฬิกาตั้งในบ้านและหอนาฬิกา
    เสียงของระฆังในหอเซนต์สตีเฟนถูกนำออกอากาศทุกวัน
    ผ่านทางสถานีวิทยุบีบีซีช่อง 4 ก่อนข่าวภาคค่ำ (เวลา 18 นาฬิกา)และข่าวเที่ยงคืน
    ตามเวลาท้องถิ่นประเทศอังกฤษ

    Creative Commons License
    บทความและเนื้อหา โดย แมวไม่อยู่หนูร่าเริงอนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.อยู่บนพื้นฐานของงานที่www.littlegarfield.com.


    thxby2พิมญดา, เจ้าชายเย็นชา « แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 ธันวาคม 2551 00:12:25 โดย pop »
    แจ้งลบกระทู้   บันทึกการเข้า

    ผู้เขียน หัวข้อ: หิ้วเป้ไป....อังกฤษ (london)(อ่าน 1663 ครั้ง)
    « ตอบ #1 เมื่อ: 21 กันยายน 2551 13:29:24 »

  • Member
    *****
    คะแนนความประพฤติ 7
     
    เพศ:
    กระทู้: 12
    สมาชิกอันดับที่: 9
    วันที่สมัคสมาชิก:21 กันยายน 2551 01:23:35

    London eye Thames river แม่น้ำเทมส์





       แม่น้ำเทมส์ เป็นสายเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงอังกฤษ
    มานับแต่อดีตจวบปัจจุบัน และเป็นแม่น้ำหนึ่งในจำนวนไม่กี่สายที่คลาสสิกระดับโลก

     ชาวอังกฤษเทิดทูนและยกย่องแม่น้ำอันเป็นสมบัติของเขา
    โดยเรียกว่า พ่อเฒ่าเทมส์
    ซึ่งส่วนหัวซบอยู่ในธรรมชาติงดงามดุจหมอนอันอ่อนนุ่มที่ Cotswold
    ทอดร่างไหลเลาะผ่านมาทางใต้ของอังกฤษ
    จนกระทั่งผ่านที่ตั้งมหานครลอนดอนและออกสู่ปากแม่น้ำลงทะเลเหนือ




    จากต้นแม่น้ำจนถึงปากอ่าวมีระยะทาง 236 ไมล์
    ซึ่งแม้ไม่ได้ยาวเหยียดเหมือนแม่น้ำสายสำคัญอื่นๆ
    หากแต่สองฝั่งแห่งเทมส์ได้เก็บงำเรื่องราวแห่งอดีตไว้อย่างมากมาย
    ไม่ว่าเป็นตำนานที่จารึกด้วยคราบเลือด น้ำตา ถึงการต่อสู้ของขุนนางอัศวินต่างๆ
    หรือแม้กระทั่งเป็นแม่น้ำแห่งความหวานซึ้งที่กวีเขียนบทพรรณนาด้วยน้ำผึ้ง




    บริติช แอร์เวยส์ ลอนดอน อาย (British Airways London Eye)
    กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอังกฤษไปซะแล้ว สำหรับบริติช แอร์เวยส์ ลอนดอน อาย
    ที่สร้างขึ้นเพื่อรับปี สหัสวรรษ 2000 โดยสายการบินบริติช บริติช แอร์เวยส์ ลอนดอน อาย
    เป็นจุดชมวิว ที่มีลักษณะเป็นกงล้อหมุน มีความสูง 135 เมตร จุดชมวิวนี้
    สร้างขึ้นภายใต้แนวความคิด อากาศ น้ำ พื้นโลก และเวลา




    Creative Commons License
    บทความและเนื้อหา โดย แมวไม่อยู่หนูร่าเริงอนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.อยู่บนพื้นฐานของงานที่www.littlegarfield.com.


    thxby3เจ้าชายเย็นชา « แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 พฤศจิกายน 2551 11:22:33 โดย pop »
    แจ้งลบกระทู้   บันทึกการเข้า

    ผู้เขียน หัวข้อ: หิ้วเป้ไป....อังกฤษ (london)(อ่าน 1663 ครั้ง)
    « ตอบ #2 เมื่อ: 21 กันยายน 2551 13:42:05 »

  • Member
    *****
    คะแนนความประพฤติ 7
     
    เพศ:
    กระทู้: 12
    สมาชิกอันดับที่: 9
    วันที่สมัคสมาชิก:21 กันยายน 2551 01:23:35

    สะพานทาวเวอร์ (Tower Bridge)

      บริเวณใกล้กับ Tower of London จะมีสะพานข้ามแม่น้ำเธมส์ ไปอีกฝั่งหนึ่ง
    เป็นสะพานที่สวยมาก จนกลายเป็น landmark อย่างหนึ่งของลอนดอน
    พวกน้องๆพี่ๆ คงเคยเห็นในรูปภาพจนคุ้นตา และคงจะจำชื่อได้ดี
    สะพานนี้มีชื่อว่า ...เอ้อ ... ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ London Bridge แต่มีชื่อว่า Tower Bridge ครับ(ส่วนใหญ่คิดว่าสะพานเดียวกันครับ)
     เป็นสะพานแบบโกธิก สร้างเมื่อ ค.ศ. 1894 ในสมัยพระนางเจ้าวิกตอเรีย
    คือเพิ่งสร้างเมื่อ ร้อยกว่าปีก่อน ในขณะที่ตัว Tower of London นั้น สร้างมาเกือบพันปีแล้ว





    สร้างขึ้นเหนือแม่น้ำเทมส์ โดยสะพานแห่งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นจุดชมวิว
    ที่มีความสูงถึง 140 ฟุต เท่านั้น แต่ภายในของฐานสะพาน
    ที่ถูกสร้างขึ้นให้มีลักษณะเป็นหอสูง ยังเป็นที่ที่จัดนิทรรศการ เกี่ยวกับประเทศอังกฤษ
    จนถึงมีจัดแสดงห้องอบไอน้ำสมัยวิกตอเรียนด้วย



              
              

    ตั้งอยู่ข้างหอคอยลอนดอนใช้เวลาสร้าง 8 ปีเพื่อการสัญจรข้ามแม่น้ำเทมส์ ออกแบบสไตล์วิกตอเรียนโกธิก เป็นสะพานแบบเปิดปิดได้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก




    ส่วน London Bridge ที่เราเคยได้ยิน ในเพลง London Bridge Is Falling Down นั้น
    เป็นสะพานอีกแห่งหนึ่ง เลยจาก Tower Bridge ออกไปหน่อย
    สะพานนี้ เป็นสะพาน ข้ามแม่น้ำเธมส์ สะพานแรก ของลอนดอน
    สร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1209 เดิมทำด้วยไม้ และโดนไฟไหม้บ่อยๆ
    ต่อมาเลยสร้างใหม่ เป็นสะพานหินแกรนิต มีหน้าตาธรรมดาๆ เลยไม่มีใครอยากถ่ายรูปไว้นัก
    และไม่มีทัวร์ไหน เขาพาไปดู London Bridge กันหรอกครับ



      มีเรื่องแปลกอย่างหนี่งว่า เมื่อ ค.ศ. 1968 ทางการ
    ต้องการรื้อสะพาน London Bridge แล้วสร้างเป็น สะพานคอนกรีต ทดแทน
    เพื่อเพิ่มผิวจราจร ในเวลานั้น มีมหาเศรษฐี อเมริกันรายหนึ่ง
    มาขอซื้อ สะพานเดิมนั้น รื้อออกไปประกอบใหม่ ที่ทะเลสาบฮาวาสุ รัฐอะริโซนา
    ในราคาถึงหนี่งล้านปอนด์ (เจ็ดสิบห้าล้านบาท) คนลอนดอนงงกันมาก



    ่ว่าใครอยากจะซื้อสะพานหิน หน้าตาธรรมดาๆ ในราคาแพงขนาดนั้น
     ลือกันให้แซด ว่ามหาเศรษฐีรายนี้ ฉับฉน ... ฉับฉน ...
    เข้าใจผิดว่า London Bridge คือสะพานสวยๆ ในลอนดอน
    ทั้งที่ความจริง สะพานสวยๆ คือ Tower Bridge ต่างหาก
    เรื่องนี้ จริงเท็จประการใด ไม่ยืนยันครับ ตั้งข้อสังเกต ไว้สองข้อนะครับ



    ข้อแรก มหาเศรษฐีนั้น มักจะไม่มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์
    ซึ่งถ้าคิดในอีกแง่นึง คงไปโทษเขาไม่ได้ครับ เพราะถ้ามัวเอาเวลา มาสนใจประวัติศาสตร์
    แทนที่จะเอาเวลา ไปทำมาหากิน ก็จะไม่มีเงิน ไม่รวย
    ไม่ได้เป็นมหาเศรษฐีกับเขาสักที ดังนั้น
    การที่เขาไม่ค่อยรู้ประวัติศาสตร์ จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจนะครับ

    ข้อสังเกตข้อสอง ก็คือ คนเป็นมหาเศรษฐีนั้น
    ขนาดเซ่อซ่า ซื้อสะพานผิดไปสะพานนึง เราก็ยังคงเรียกเขาว่า
     มหาเศรษฐี อยู่เหมือนเดิมครับ



    Creative Commons License
    บทความและเนื้อหา โดย แมวไม่อยู่หนูร่าเริงอนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.อยู่บนพื้นฐานของงานที่www.littlegarfield.com.


    thxby4เจ้าชายเย็นชา « แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 กันยายน 2551 14:17:55 โดย adminadmin »
    แจ้งลบกระทู้   บันทึกการเข้า
    หน้า: [1]   ขึ้นบน
    กระโดดไป:  

    * การอนุญาตของคุณ
    คุณ ไม่สามารถ โพสต์หัวข้อใหม่.
    คุณ ไม่สามารถ โพสต์ตอบกระทู้.
    คุณ ไม่สามารถ โพสต์ไฟล์แนบ.
    คุณ ไม่สามารถ แก้ไขบทความของคุณ.
    BBCode เปิดใช้งาน
    Smilies เปิดใช้งาน
    [img] เปิดใช้งาน
    HTML เปิดใช้งาน

    หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.568 วินาที กับ 29 คำสั่ง